พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์

พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง

ประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ ซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พบโดยพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ในปีพ.ศ. 2537 และได้เริ่มทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ โดยคณะสำรวจไดโนเสาร์จากกรมทรัพยากรธรณี ตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2537 พบว่า ภูกุ้มข้าว ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัด กาฬสินธุ์ เป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย โดยพบกระดูกไดโนเสาร์เกือบทั้งตัว กองรวมอยู่กับกระดูกไดโนเสาร์กินพืชอีกชนิดหนึ่ง กระดูกทั้งหมดอยู่ในชั้นหินที่วางตัวอยู่บนไหล่เขาของภูกุ้มข้าวซึ่งมี รูปร่างคล้ายลอมฟาง มีความสูงประมาณ 240 เมตร ปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีได้ขุดค้นซากไดโนเสาร์พบกระดูกมากกว่า 700 ชิ้น เป็นกลุ่มของกระดูกส่วนขา สะโพก ซี่โครง คอ และหางของไดโนเสาร์กินพืชไม่น้อยกว่า 7 ตัว นอกจากนี้ยังพบฟันของไดโนเสาร์ทั้งกินพืช และกินเนื้ออีกอย่างละ 2 ชนิด จากลักษณะของกระดูกพบว่าเป็นไดโนเสาร์กินพืชสกุลภูเวียง (Phuwiangosaurus sirindhornae) 1 ชนิด และเป็นไดโนเสาร์กินพืชชนิดใหม่อีก 1 ชนิด คาดว่าอาจเป็นไดโนเสาร์สกุลและชนิดใหม่ของโลก

พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ เดิมคือศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานศึกษาวิจัย อนุรักษ์เก็บรวบรวมตัวอย่างอ้างอิงซากไดโนเสาร์และ สัตว์ร่วมสมัยและนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวในรูปของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ มีความเป็นมาและรายละเอียดของการจัดการ ตั้งแต่ปี 2521 คณะสำรวจธรณีวิทยา โดยนายวราวุธ สุธีธร พบซากกระดูกไดโนเสาร์ที่เก็บไว้โดย พระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ปี พ.ศ. 2537  ปี 2538 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาทอดพระเนตรซากกระดูกไดโนเสาร์ จัดตั้งโครงการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวขึ้น โดยสร้างอาคารหลุมขุุดค้นเป็นการชั่วคราวเพื่อใช้ป้องกันซากกระดูก รวมทั้งใช้บังร่มเงาแก่นักวิชาการในการขุดแต่งกระดูก ปี 2539 กรมทรัพยากรธรณีสร้างอาคารวิจัยมีพื้นที่ใช้งาน 375 ตารางเมตร เพื่อเป็นสถานที่ทำการอนุรักษ์ ศึกษาวิจัยและเก็บรวมรวมซากดึกดำบรรพ์ที่สำรวจพบในประเทศไทย

ปี 2542 กรมทรัพยากรธรณีสร้างอาคารถาวรคลุมหลุมขุดค้น โดยใช้ชื่อว่า “อาคารพระญาณวิสาลเถร” ตามชื่อสมณศักดิ์ของท่านเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ผู้ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ปี 2547 ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีคณะที่ 6 (ฝ่ายสังคม) ครั้งที่ 36/2546 วันที่ 4 ธันวาคม 2546 มติให้กรมทรัพยากรธรณีใช้เงินงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ พัฒนาอาคารพิพิธภัณฑไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวระยะต้น เพื่อปรับปรุงและตกแต่งภายใน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547 รับทราบและเห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ซึ่งได้มีการก่อสร้างตกแต่งภายในจนแล้วเสร็จในปี 2548 ปี 2549 ได้รับงบประมาณ เพื่อสร้างส่วนนิทรรศการ จนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อต้นปี 2550 ปี 2550 พิพิธภัณฑ์สิรินธร ได้เปิดทดลองให้บริการตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2550 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2551 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด

โซนการจัดแสดงที่สำคัญ

โซนที่ 1 : จักรวาลและโลก

กล่าวถึงจุดกำเนิดจักรวาล โลก สิ่งมีชีวิต รวมทั้งไดโนเสาร์ ถือกำเนิดมานานแล้ว นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาเรื่องราว ที่ลึกลับนี้ โดยการยึดทฤษฎีการระเบิดครั้งใหญ่หรือ “ บิ๊กแบง ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล การกำเนิดของจักรวาลการกำเนิดของดาวฤกษ์ และพัฒนาการของระบบสุริยะและโลก

โซนที่ 2 : เมื่อชีวิตแรกปรากฏ

จากดาวเคราะห์ร้อนจัดและปั่นป่วนอันเนื่องจากภูเขาไฟระเบิดและการพุ่งชนของอุกกาบาตโลกของเราค่อยๆเย็นตัวลงทั้งบรรยากาศและ น้ำช่วยนำทางไปสู่พัฒนาการของสารเคมีอันสลับซับซ้อนซึ่งเรียกว่าชีวิตสิ่งมีชีวิตยุคแรกเริ่มที่มีรูปร่าง ง่ายๆ และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของโลกด้วยการเติมออกซิเจนสู่มหาสมุทร และบรรยากาศจนกลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่

โซนที่ 3 : พาลีโอโซอิก

542 ล้านปีที่แล้ว สิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดการขยายเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่จากพวกที่มีรูปแบบง่ายๆ ไม่กี่ประเภท วิวัฒนาการไปสู่สิ่งมีชีวิตหลากรูปแบบ จากสัตว์ตัวอ่อนนุ่มไปสู่สัตว์ที่มีเปลือกแข็งหุ้ม ปลาโบราณ ขนาดใหญ่ยาวกว่า 5 เมตร แหวกว่ายผ่านแนวปะการังมหึมาที่แผ่ไปทั้งท้องทะเลเขตร้อน สิ่งมีชีวิตบางประเภทพากันรุกคืบขึ้นบก เปลี่ยนแผ่นดินอันเวิ้งว้างว่างเปล่าให้กลายเป็นป่าทึบที่อุดมไปด้วยแมลง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลาน ก่อนที่มหันตภัยปริศนาจะกวาดล้างสรรพชีวิตบนโลกไปจนเกือบหมดสิ้น

โซนที่ 4.1 : มีโซโซอิก

ในช่วงปลายมหายุคพาลีโอโซอิก แผ่นทวีปทั้งหมดได้เคลื่อนมารวมกันเป็นผืนเดียว เรียกว่า “ แพนเจีย ” ความใหญ่โตของแผ่นดินทำให้ตอนกลางของทวีปซึ่งห่างไกลจากทะเลที่สภาพแห้งแล้งเป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ จึงเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของสัตว์เลื้อยคลานมากที่สุด หลังการสูญพันธ์ครั้งยิ่งใหญ่ตอนสิ้นสุดมหายุคพาลีโอโซอิก สัตว์เลื้อยคลานก็ก้าวขึ้นมาครองโลกในมหายุคมีโซโซอิกที่ตามมา ไดโนเสาร์ครองความยิ่งใหญ่บนแผ่นดิน

โซนที่ 4.2 : ไดโนเสาร์ไทย

มหายุคมีโซโซอิก แผ่นดินที่ปัจจุบันเป็นประเทศไทย เป็นแหล่งอาศัยของไดโนเสาร์นานาชนิด นับตั้งแต่พวกกินเนื้อขนาดใหญ่หรือ เทอโรพอดที่เป็นญาติสนิทของ ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ พวกกินพืชคอยาวหรือซอโรพอด ซึ่งหนักกว่าช้างหลายตัวรวมกัน ไปจนถึงไดโนเสาร์ปากนกแก้วตัวจิ๋ว การศึกษาอย่างต่อเนื่องทำให้เราเข้าใจความเกี่ยวข้องระหว่างไดโนเสาร์กลุ่มต่างๆ ทั้งพวกสะโพกแบบนกและสะโพกแบบสัตว์เลื้อยคลาน และตระหนักว่าไดโนเสาร์ไทยมีคุณูปการต่อความเข้าใจเรื่องวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ในระดับโลกมากเพียงใด

โซนที่ 5 : วิถีชีวิตไดโนเสาร์ไทย

การค้นพบข้อมูลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เราเข้าใจถึงเรื่องราวในมุมลึกของไดโนเสาร์ นอกจากจะล่วงรู้ถึงรูปร่างของไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ แล้วยังช่วยให้เข้าใจเรื่องการกินอาหาร การล่าเหยื่อ การป้องกันตัวและการเลี้ยงลูกอ่อน อีกทั้งยังช่วยให้เราเห็นภาพไดโนเสาร์ที่มีชีวิตชีวามากขึ้น และดื่มด่ำกับความอัศจรรย์ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยิ่งใหญ่กลุ่มนี้ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้หลักฐานใหม่ๆ ยังบ่งชี้ว่าไดโนเสาร์อาจไม่ได้สูญพันธุ์ไปทั้งหมด

โซนที่ 6 : คืนชีวิตให้ไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ และสิ่งมีชีวิตหลายประเภท ในมหายุคมีโซโซอิกสูญพันธ์ไปใน มหันตภัยปริศนาเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว แต่นักโบราณชีววิทยาซึ่งทำงานศึกษาอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์อยู่ตามสถาบันต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งที่ภูกุ้มข้าวแห่งนี้ ได้ช่วยกันฟื้นชีวิตและสร้างความหมายให้แก่ซากดึกดำบรรพ์เพื่อนำเราย้อนกลับไปสัมผัสกับยุคที่ไดโนเสาร์เป็นใหญ่

โซนที่ 7 : ซีโนโซอิก

หลังการสูญพันธ์ของไดโนเสารสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่เหลืออยู่ต้องหลีกทางให้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ทวีเผ่าพันธุ์อย่างรวดเร็ว และพากันเข้ายึดครองภูมิประเทศกันหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้าป่าทึบ ท้องทะเลและในอากาศ นี่คือโลกที่เราคุ้นเคยดีเพราะยังมีทายาทของช้าง ม้า แรด วาฬ ค้างคาว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มหลักๆ ให้เห็นเป็นตัวอย่างของวิวัฒนาการขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วง 65 ล้านปี ที่ผ่านมาแม้แต่มนุษย์เองก็เป็นผลผลิตจากกระบวนการ

โซนที่ 8 : เรื่องของมนุษย์

จาก “ ไพรเมต ” หรือสัตว์ในตระกูลลิง ที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ซึ่งถือว่าเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ได้แยกตัวเอง ออกจากเผ่าพันธุ์ลิงใหญ่เมื่อประมาณ 6-7 ล้านปี ที่แล้ว และเริ่มวิวัฒนาการมาเป็นสัตว์ที่เดิน 2 ขา และอาศัยบนพื้นดิน แต่ความโดดเด่นของมนุษย์อยู่ที่การพัฒนาการทางสมอง และภูมิปัญญาที่มีความฉลาดกว่าสัตว์ประเภทอื่น ซึ่งเปิดโอกาสให้เราสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ตั้งแต่ขวานหินไปจนถึงคอมพิวเตอร์

วัตถุจัดแสดงที่สำคัญ

สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส (Siamotyranus isanensis)

          สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis) เป็นไดโนเสาร์เทอโรพอด (ยืนสองเท้า)ในวงศ์ไทรันโนซอริดี กินเนื้อเป็นอาหาร เวลาเดินมันใช้สองเท้าหลังในการเดิน ลำตัวยาวประมาณ 6.5 เมตร มีลักษณะคล้ายกับไทแรนโนซอรัส หรือทีเร็กซ์ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นบรรพบุรุษของทีเร็กซ์ ค้นพบกระดูกที่หินลาดยาว อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2536 โดยพบกระดูกสันหลังหลายชิ้นโผล่ออกมาจากชั้นดินทรายสีแดงของหินหมวดเสาขัว ต่อมาก็พบกระดูกสะโพกด้านซ้าย และกระดูกส่วนหางอีกหลายชิ้นเรียงรายต่อกัน

ไดโนเสาร์ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus sirindhornae)

              ไดโนเสาร์ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus sirindhornae) ถูกค้นพบที่บริเวณประตูตีหมา อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น มีอายุอยู่ในช่วงยุคครีเตเชียสตอนต้น (130 ล้านปีมาแล้ว) จัดเป็นไดโนเสาร์ที่อยู่ในกลุ่มซอโรพอด (Sauropod) เป็นชื่อเรียกไดโนเสาร์กลุ่มกินพืช ที่มีรูปร่างใหญ่โต มีคอยาว หางยาว และหัวเล็ก

          มีลักษณะเด่นคือเป็นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่โตมาก มีคอและหางยาว ลำตัวมีความยาวประมาณ 15 – 20 เมตร เดิน 4 เท้า กินพืชเป็นอาหาร

กินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส (Kinnareemimus khonkaennsis)

              กินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส (Kinnareemimus khonkaennsis) ค้นพบที่ อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ เดินสองขา วิ่งเร็วปราดเปรียว กินทั้งพืชและสัตว์ ขนาดความยาวประมาณ 1-2 เมตร ยุคครีเทเชียสตอนต้น (130 ล้านปีก่อน) ที่มาของชื่อสกุลมาจากตัวละครในวรรณคดีของไทย “กินรี” ร่างเป็นสตรีแต่ขาเป็นนก ส่วนชื่อชนิดมาจากแหล่งที่พบที่จังหวัดขอนแก่น

สยามโมดอน นิ่มงามมิ (Siamodon nimngami)

              สยามโมดอน นิ่มงามมิ (Siamodon nimngami) เป็นไดโนเสาร์ออร์นิโธพอด คือมีปากเหมือนเป็ดสกุลใหม่ ชนิดใหม่ของโลก พบกระดูกกรามบนที่ได้มาจากเหมืองหินทราย บ้านสะพานหิน จังหวัดนครราชสีมา อยู่ในหมวดหินโคกกรวด มีอายุช่วงครีเทเชียสตอนกลาง ประมาณ 100 ล้านปีก่อน นอกจากนั้นยังพบฟันและชิ้นส่วนกะโหลกที่เป็นของไดโนเสาร์ชนิดนี้อีกด้วย ที่มาของสกุล Siamodon มาจาก Siam ชื่อเดิมของประเทศไทย odoust เป็นภาษากรีกแปลว่าฟัน โดยสะกดเป็น odon เพื่อเน้นความคล้ายคลึงกันกับ Iguanodon ชื่อชนิด nimngami ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายวิทยา นิ่มงาม ที่มอบตัวอย่างให้เพื่อการศึกษา

ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ (Psittacosaurus sattayaraki)

              ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ (Psittacosaurus sattayaraki) เป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็ก ความยาวประมาณ 1 เมตร จัดอยู่ในกลุ่มเซอราทอปเซียน (ไดโนเสาร์ปากนกแก้ว) มีชีวิตอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนกลาง เมื่อประมาณ 100 ล้านปีก่อน ในอดีตพบไดโนเสาร์ปากนกแก้วแพร่หลายอยู่เฉพาะแถบเอเชียกลาง บริเวณมณฑลชานตุง มองโกเลีย และไซบีเรีย การพบซากดึกดำบรรพ์นี้ ในประเทศไทยจึงเป็นการยืนยันว่า
เมื่อยุคครีเทเชียส แผ่นดินอินโดจีนเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเชียแล้ว พบที่จังหวัดชัยภูมิ ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายนเรศ สัตยารักษ์ ผู้ค้นพบซากดึกดำบรรพ์

หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

              หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ตั้งอยู่ไม่ห่างจากพิพิธภัณฑ์สิรินธร ในปี พ.ศ.2537 ได้มีการค้นพบโครงกระดูกของไดโนเสาร์กินพืชคอยาวภูเวียงโกซอรัสความสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย รวมถึงมีการพบโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดต่างๆมากกว่า 700 ชิ้น หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ใกล้วัดสักกะวัน ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

 

สมุดกิจกรรมพิพิธภัณฑ์สิรินธร