หอแห่งแรงบันดาลใจ

พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง

ประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์

จุดกำเนิดหอแห่งแรงบันดาลใจ สืบเนื่องมาจากการจัดงานนิทรรศการ “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 84 พรรษา ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ระหว่างวันที่ 4-15 พฤษภาคม 2550 หลังจากเสร็จสิ้นการจัดงาน คณะกรรมการจัดงานมีความประสงค์จะนำชุดนิทรรศการแสดงเรื่องราวพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ จากงานดังกล่าว ไปตั้งแสดงเป็นการถาวร ณ หอพระราชประวัติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

หอพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงได้รับการปรับปรุงให้เป็น “หอแห่งแรงบันดาลใจ” เพื่อให้ประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ รวมถึงชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวดอยตุงได้รู้จักและเข้าใจถึงแนวพระราชดำริของสมาชิกทั้งห้าพระองค์ในราชสกุลมหิดล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชจริยวัตรในการทำหน้าที่ของแต่ละพระองค์ หลักการทรงงานที่เรียบง่ายพระวิริยะอุสาหะที่มุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย โดยหวังให้ผู้เข้าชมได้เกิดแรงบันดาลใจ ในการคิดดี ยึดมั่นในความดี ประพฤติดี ปฏิบัติดี เท่าที่ตนเองจะสามารถทำได้ เพื่อพลังแห่งความดีนี้ จะได้ผลิดอกออกผลบานสะพรั่งไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ดังเช่นราชสกุลมหิดที่เปรียบเสมือนหยดน้ำ หยดเล็กๆ ที่ค่อยๆ หลั่งริน สร้างแรงกระเพื่อม ดับร้อน และบันดาลความชุ่มชื่น ผาสุกไปทั่วแผ่นดินไทย

โซนการจัดแสดงที่สำคัญ

ห้องที่ 1 ราชสกุลมหิดล

กล่าวถึงราชสกุลมหิดล ในฐานะครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งที่อบอุ่น เปี่ยมด้วยความรัก และเป็นดุจดั่งหยดน้ำที่รวมตัวกันหลั่งลงมาบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ปวงพสกนิกร

ห้องที่ 2 เรื่องราวของราชสกุล ผ่านพระราชประวัติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

นำเสนอเรื่องราวของราชสกุลมหิดลผ่านพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตั้งแต่ทรงเป็น “เด็กหญิงสังวาลย์” ที่ใฝ่ดี และแสวงหาโอกาส จนเป็น “คู่ชีวิตเจ้าฟ้า” ที่ได้ซึบซับพระราชปณิธานอันแรงกล้าในการทรงงานเพื่อแผ่นดินไทยของพระสวามี มาเป็น “แม่ของลูก” ที่มีหลักในการอบรมเลี้ยงดูพระโอรสพระธิดา “ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” และในที่สุดกลายเป็น “แม่ฟ้าหลวง” ของปวงชนชาวไทยที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้คนที่แร้นแค้นมากมายได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

ห้องที่ 3 การกลับคืนสู่มาตุภูมิของราชสกุลมหิดล

ด้วยความรับผิดชอบที่ทรงมีต่อประเทศชาติ สมาชิกของราชสกุลมหิดล ทรงต้องละวางชีวิตที่เรียบง่าย อิสระ และมีความสุข เพื่อเสด็จนิวัติกลับคืนสู่มาตุภูมิ มาทรงรับพระราชภารกิจอันยิ่งใหญ่ในฐานะพระมหากษัตริย์ของประชาชน ในยุคที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย

ห้องที่ 4 ความทุกข์ยากของประชาชน

การขึ้นครองราชย์ หาใช่ความสุขสบายไม่ หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทรงงานที่หนักหน่วง ตลอดพระชนม์ชีพ เพราะ “ปัญหาไม่มีวันหยุด” และมีอยู่ทุกหัวระแหง

ห้องที่ 5 แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีหลักการและวิธีการทรงงานที่ทรงมุ่งทำความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อแก้ปัญหาของคนไทย ตั้งแต่คนบนภูเขา บนที่ราบสูง ในที่ราบลุ่มจนจรดชายฝั่งทะเล

ห้องที่ 6 แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนบนดอยตุง

เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระชนมายุ 87 พรรษา ทรงมีพระราชดำริริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพื่อแก้ไขปัญหาของดินแดนที่เป็นส่วนหนึ่งของสามเหลี่ยมทองคำอย่างครบวงจรด้วยการ “ปลูกป่า…ปลูกคน” ควบคู่กันไป โดยทรงศึกษาจากโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำกิจกรรมการพัฒนาต่างๆ มาปรับใช้ที่ดอยตุง หรือเรียกง่ายๆ ว่า เป็นโครงการ พัฒนาที่ “แม่เรียนรู้จากลูก” ทุกวันนี้ ทั้งคนและผืนป่าของดอยตุง ได้รับการพลิกฟื้นคืนสู่ชีวิตที่พอเพียงและมีศักดิ์ศรี

ห้องที่ 7 ห้องแห่งแรงบันดาลใจ

แรงบันดาลใจที่สมาชิกราชสกุลมหิดลทั้งห้าพระองค์ทรงมีต่อกันและกัน ได้นำไปสู่ทางออกของปัญหาแล้วปัญหาเล่า และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีแก่ประเทศชาติบ้านเมืองมากมาย