พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พิพิธภัณฑ์เสมือน

ประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นับเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนแห่งแรกของประเทศไทยซึ่งตั้งขี้นเมื่อ พ.ศ.2402 แต่เดิมเป็น “พระราชวังบวรสถานมงคล” หรือวังหน้าซึ่งประกอบด้วยพระที่นั่งและพระตำหนักอันนับเป็นสถาปัตยกรรมไทย ที่งดงามอีกแห่งหนึ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ขึ้นที่ พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ ซึ่งทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซึ่งเป็นเครื่องราชบรรณาการต่างๆ นับว่าเป็นบ่อเกิดของพิพิธภัณฑ์ในสมัยต่อมา

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “มิวเซียม” ณ ศาลาสหทัยสมาคม หรือหอคองคอเดียในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นครั้งแรก เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 21 พรรษา เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2417 ครั้งต่อมาเมื่อ พ.ศ.2430 กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ทิวงคต จึงได้มีประกาศยกเลิกตำแหน่งพระอุปราชแล้ว  ทำให้สถานที่ในพระราชวังบวรสถานมงคลว่างลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานจากหอคองคอเดีย ไปตั้งจัดแสดงที่พระราชวังบวรสถานมงคลเฉพาะด้านหน้า 3 องค์ โดยใช้พระที่นั่งด้านหน้าคือ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย เรียกว่า “พิพิธภัณฑ์วังหน้า”

ต่อมาในปี พ.ศ.2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระราชมณเฑียรในพระราชวังบวรสถานมงคลทั้งหมดให้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับ พระนครขึ้น และได้จัด พระที่นั่งศิวโมกขพิมานให้เป็นสถานที่จัดแสดง ศิลาจารึก  คัมภีร์  ใบลาน สมุดไทย ตำราโบราณ เรียกว่าหอสมุดวชิรญาณ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2469 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ต่อมาประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลได้จัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นเมื่อ พ.ศ.2476 พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร จึงได้เข้าสังกัดกับกรมศิลปากร และได้ประกาศตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อ พ.ศ.2477

โบราณวัตถุชิ้นสำคัญ

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

          อายุราวพุทธศตวรรษที่ 14 ทำจากสำริด ค้นพบที่วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรครึ่งองค์ ประทับยืนเอียงตัว พระพักตร์เกือบกลม พระเกศายาวลงมาปะพระอังสา ทรงกรองศอแบบเพชรพลอย สายธุรำมีทั้งแบบผ้า และเพชรพลอย มีตัวอชินะทับบนสายธุรำ

 

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

       ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 20 (ประมาณ 600 ปีมาแล้ว) พบที่คลองเมือง (แม่น้ำลพบุรี) ใกล้วัดศาลาปูน อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

       สัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาแรกเริ่มนั้น คือ ใบโพธิ์ ด้วยเหตุที่ว่า พระองค์ได้ตรัสรู้ที่ภายใต้ต้นไม้ชื่อว่า อัสสัตถะ ต่อมาก็เรียกว่าต้นโพธิ์ คำว่า โพธิ แปลว่า ตรัสรู้ เพราะพระพุทธเจ้าไปประทับนั่งใต้ไม้นั้นตรัสรู้ จึงได้เรียกว่าต้นไม้ตรัสรู้เรียกเป็นศัพท์ว่า โพธิพฤกษ์ แต่ชื่อของต้นไม้ชนิดนี้ว่า อัสสัตถะที่ตรัสรู้นั้น อยู่ใกล้ฝั่ง แม่เนรัญชรา ในตำบลอุรุเวลา ในมคธรัฐ

 

จารึกวัดพระงาม

        ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 12 วัดพระงาม พระอารามหลวง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐมศิลาจารึกหลักนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า “จารึกวัดพระงาม” มีลักษณะเป็นแผ่นหินสีเทา รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พบจากการขุดค้นเนินดินทางด้านทิศเหนือของเนินโบราณสถานวัดพระงาม เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2562 

        ศิลาจารึกมีจารึกเพียงหนึ่งด้านมีตัวอักษรปัลลวะจำนวน 6 แถว บริเวณส่วนบนของศิลาจารึกกะเทาะ ทำให้ข้อความบางส่วนหายไป นักภาษาโบราณได้ร่วมกันศึกษาศิลาจารึกหลักนี้ ได้ให้ความเห็นว่า จารึกหลักนี้จารึกด้วยอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต ผู้จารน่าจะเป็นพราหมณ์ชั้นสูง หรืออาลักษณ์ที่มีความรู้มาก เนื่องจากตัวอักษรมีความเป็นระเบียบ สม่ำเสมอ งดงาม สรุปความได้ว่า เป็นการกล่าวสรรเสริญพระราชา ผู้มีความสามารถ ทรงได้ชัยชนะในสงคราม นำความเจริญมาสู่วงศ์ตระกูล และบ้านเมือง ทั้งได้ถวายสิ่งของไว้กับพระศิวะ

ธรรมจักร และชิ้นส่วนธรรมจักร

         ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 12 พบที่วัดพระงาม พระอารามหลวง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ในเขตเมืองโบราณนครปฐมพบธรรมจักรและชิ้นส่วนเป็นจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงการเข้ามาของพระพุทธศาสนาและหยั่งรากลึกลงบนดินแดนแห่งนี้อย่างมั่นคง ในการรวบรวมโบราณวัตถุเมื่อครั้งสร้างทางรถไฟสายใต้ พบโบราณวัตถุสำคัญๆ จำนวนมาก  

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์

        ทำจากหินทราย ศิลปะลพบุรี (ศิลปะเขมรโบราณในประเทศไทย) อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 เดิมอยู่ที่ปรางค์กู่สวนแตง ตำบลหนองแวง อำเภอพุทธไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกคนร้ายลักไป เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2507 และลักลอบส่งไปขายยังประเทศสหรัฐอเมริกา นายเอเวลรี่ รันเดอร์ ได้ส่งคืนให้กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม พ.ศ. 2513

เอกมุขลึงค์

       อายุราวพุทธศตวรรษที่ 10-11  ทำจากหิน ศิวลึงค์โบราณวัตถุทางศาสนาที่แสดงถึงการเข้ามาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ลัทธิไศวนิกายทางภาคใต้ของไทย 

ในประติมานวิทยาฮินดู มุขลึงค์ แปลตรงตัวว่า ลึงค์ที่มีใบหน้า เป็นรูปเคารพลึงค์รูปแบบหนึ่งที่ปรากฏใบหน้าเทพเจ้าบนลึงค์ อาจมีหน้าเดียวหรือหลายใบหน้าก็ได้ โดยลึงค์นั้นถือเป็นรูปเคารพแบบไม่แสดงรูปของพระศิวะ หากพบจำนวนใบหน้าบนมุขลึงค์มี 1 หน้า จะเรียกว่าเอกมุขลึงค์ มี 4 หน้า เรียกจตุรมุขลึงค์  5 หน้า เรียกปัญจมุขลึงค์

 

สมุดกิจกรรมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


สมุดกิจกรรมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร: 
โครงการการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้เสมือนจริงพิพิธภัณฑ์ไทย 

ได้รับทุนสนับสนุน: กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
ดำเนินโครงการโดย: ผศ.ดร.สุชาติ แสนพิช
                                            ผศ.ดร.พัฒนา ศิริกุลพิพัฒน์
                                            ผศ.ดร.พิสิษฐ์ ณัฏประเสริฐ
                                            สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช


แบบทดสอบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร